หลังจากต้นทุเรียนเข้าสู่ช่วงการดึงใบและเริ่มแตกใบอ่อนแล้ว การดูแลในระยะต่อมาถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะใบอ่อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ จนสามารถเติบโตเป็นใบแก่ที่แข็งแรง และมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง
“ใบ” ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างและสะสมอาหาร เพราะเป็นแหล่งสังเคราะห์แสงของต้นทุเรียน ใบที่มีความสมบูรณ์ เขียวเข้ม หนา และแข็งแรง จะช่วยให้ต้นสามารถสร้างอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชาวสวนจึงควรให้ความสำคัญกับการบำรุงใบควบคู่ไปกับการดูแลระบบรากและสภาพต้นโดยรวม
การดูแลตั้งแต่ระยะใบพัฒนาเต็มที่ จะช่วยให้ต้นมีเวลาสร้างและเก็บสะสมอาหารไว้มากพอ เมื่อถึงจังหวะกระตุ้นการออกดอก ต้นก็จะมีความพร้อมมากกว่าเดิม ช่วยให้การทำดอกเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยให้ดอกพัฒนาได้ดีในระยะต่อๆไปอีกด้วย
หลังจากต้นทุเรียนเข้าสู่ช่วงการดึงใบและเริ่มแตกใบอ่อนแล้ว การดูแลในระยะต่อมาถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะใบอ่อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ จนสามารถเติบโตเป็นใบแก่ที่แข็งแรง และมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง
“ใบ” ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างและสะสมอาหาร เพราะเป็นแหล่งสังเคราะห์แสงของต้นทุเรียน ใบที่มีความสมบูรณ์ เขียวเข้ม หนา และแข็งแรง จะช่วยให้ต้นสามารถสร้างอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชาวสวนจึงควรให้ความสำคัญกับการบำรุงใบควบคู่ไปกับการดูแลระบบรากและสภาพต้นโดยรวม
การดูแลตั้งแต่ระยะใบพัฒนาเต็มที่ จะช่วยให้ต้นมีเวลาสร้างและเก็บสะสมอาหารไว้มากพอ เมื่อถึงจังหวะกระตุ้นการออกดอก ต้นก็จะมีความพร้อมมากกว่าเดิม ช่วยให้การทำดอกเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยให้ดอกพัฒนาได้ดีในระยะต่อๆไปอีกด้วย
หลังจากต้นทุเรียนเข้าสู่ช่วงการดึงใบและเริ่มแตกใบอ่อนแล้ว การดูแลในระยะต่อมาถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะใบอ่อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ จนสามารถเติบโตเป็นใบแก่ที่แข็งแรง และมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง
“ใบ” ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างและสะสมอาหาร เพราะเป็นแหล่งสังเคราะห์แสงของต้นทุเรียน ใบที่มีความสมบูรณ์ เขียวเข้ม หนา และแข็งแรง จะช่วยให้ต้นสามารถสร้างอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชาวสวนจึงควรให้ความสำคัญกับการบำรุงใบควบคู่ไปกับการดูแลระบบรากและสภาพต้นโดยรวม
การดูแลตั้งแต่ระยะใบพัฒนาเต็มที่ จะช่วยให้ต้นมีเวลาสร้างและเก็บสะสมอาหารไว้มากพอ เมื่อถึงจังหวะกระตุ้นการออกดอก ต้นก็จะมีความพร้อมมากกว่าเดิม ช่วยให้การทำดอกเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยให้ดอกพัฒนาได้ดีในระยะต่อๆไปอีกด้วย