ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ชาวสวนต้องเผชิญกับปัญหาการพ่นปุ๋ย ยา หรือสารบำรุงพืชแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร หลายครั้งเพิ่งพ่นเสร็จไม่นาน ฝนกลับตกลงมา ทำให้สารที่พ่นไปถูกชะล้างออกจากผิวใบก่อนที่พืชจะดูดซึมได้เต็มที่ ส่งผลให้เสียทั้งเวลา ค่าแรง และต้นทุนค่าสารที่ใช้ในการพ่น
การพ่นสารในหน้าฝนให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มปริมาณปุ๋ยหรือยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพืชสามารถรับสารเหล่านั้นเข้าไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด หากจัดการช่วงเวลาพ่นและการเกาะติดของสารได้ดี ก็จะช่วยลดการสูญเสีย ลดจำนวนครั้งในการพ่นซ้ำ และช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างเห็นผล
ในช่วงหน้าฝนที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกการพ่นมีต้นทุนและความเสี่ยงมากกว่าปกติ การเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะใบและการดูดซึมของสาร จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การพ่นปุ๋ยและสารทางการเกษตรไม่สูญเปล่า ลดการสูญเสียจากฝนและความชื้นและช่วยให้พืชได้รับสารอาหารหรือสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพ่นสารคือ การใช้สารจับใบชนิดเกรดซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิว ทำให้สารที่พ่นแผ่กระจายบนผิวใบได้ดีขึ้น เมื่อสารกระจายตัวได้ทั่วถึง พืชจะดูดซึมสารเข้าสู่ใบได้ดี ส่งผลให้ปุ๋ย ยา และธาตุอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแม้ในช่วงที่อากาศชื้น มีน้ำค้าง หรือมีฝนตกตามมาในระยะเวลาไม่นาน จึงช่วยลดการสูญเสียของสารจากการชะล้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การพ่นแต่ละครั้งคุ้มค่ามากขึ้น
ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ชาวสวนต้องเผชิญกับปัญหาการพ่นปุ๋ย ยา หรือสารบำรุงพืชแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร หลายครั้งเพิ่งพ่นเสร็จไม่นาน ฝนกลับตกลงมา ทำให้สารที่พ่นไปถูกชะล้างออกจากผิวใบก่อนที่พืชจะดูดซึมได้เต็มที่ ส่งผลให้เสียทั้งเวลา ค่าแรง และต้นทุนค่าสารที่ใช้ในการพ่น
การพ่นสารในหน้าฝนให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มปริมาณปุ๋ยหรือยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพืชสามารถรับสารเหล่านั้นเข้าไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด หากจัดการช่วงเวลาพ่นและการเกาะติดของสารได้ดี ก็จะช่วยลดการสูญเสีย ลดจำนวนครั้งในการพ่นซ้ำ และช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างเห็นผล
ในช่วงหน้าฝนที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกการพ่นมีต้นทุนและความเสี่ยงมากกว่าปกติ การเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะใบและการดูดซึมของสาร จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การพ่นปุ๋ยและสารทางการเกษตรไม่สูญเปล่า ลดการสูญเสียจากฝนและความชื้นและช่วยให้พืชได้รับสารอาหารหรือสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพ่นสารคือ การใช้สารจับใบชนิดเกรดซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิว ทำให้สารที่พ่นแผ่กระจายบนผิวใบได้ดีขึ้น เมื่อสารกระจายตัวได้ทั่วถึง พืชจะดูดซึมสารเข้าสู่ใบได้ดี ส่งผลให้ปุ๋ย ยา และธาตุอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแม้ในช่วงที่อากาศชื้น มีน้ำค้าง หรือมีฝนตกตามมาในระยะเวลาไม่นาน จึงช่วยลดการสูญเสียของสารจากการชะล้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การพ่นแต่ละครั้งคุ้มค่ามากขึ้น
ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ชาวสวนต้องเผชิญกับปัญหาการพ่นปุ๋ย ยา หรือสารบำรุงพืชแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร หลายครั้งเพิ่งพ่นเสร็จไม่นาน ฝนกลับตกลงมา ทำให้สารที่พ่นไปถูกชะล้างออกจากผิวใบก่อนที่พืชจะดูดซึมได้เต็มที่ ส่งผลให้เสียทั้งเวลา ค่าแรง และต้นทุนค่าสารที่ใช้ในการพ่น
การพ่นสารในหน้าฝนให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มปริมาณปุ๋ยหรือยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพืชสามารถรับสารเหล่านั้นเข้าไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด หากจัดการช่วงเวลาพ่นและการเกาะติดของสารได้ดี ก็จะช่วยลดการสูญเสีย ลดจำนวนครั้งในการพ่นซ้ำ และช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างเห็นผล
ในช่วงหน้าฝนที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกการพ่นมีต้นทุนและความเสี่ยงมากกว่าปกติ การเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะใบและการดูดซึมของสาร จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การพ่นปุ๋ยและสารทางการเกษตรไม่สูญเปล่า ลดการสูญเสียจากฝนและความชื้นและช่วยให้พืชได้รับสารอาหารหรือสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพ่นสารคือ การใช้สารจับใบชนิดเกรดซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิว ทำให้สารที่พ่นแผ่กระจายบนผิวใบได้ดีขึ้น เมื่อสารกระจายตัวได้ทั่วถึง พืชจะดูดซึมสารเข้าสู่ใบได้ดี ส่งผลให้ปุ๋ย ยา และธาตุอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแม้ในช่วงที่อากาศชื้น มีน้ำค้าง หรือมีฝนตกตามมาในระยะเวลาไม่นาน จึงช่วยลดการสูญเสียของสารจากการชะล้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การพ่นแต่ละครั้งคุ้มค่ามากขึ้น